• Mon. Oct 3rd, 2022

อิตาลี อดีต แชมป์ยุโรป พลิกล็อกพ่าย นอร์ธ มาซิโดเนีย ในรอบเพลย์ออฟ 0-1 ซิวฟุตบอลโลก 2022

ByEditor

Mar 25, 2022

อิตาลีแพ้เพลย์ออฟ พลาดไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สองซึ่งอดีตทีมอิตาลีเคยเป็นแชมป์ยุโรปซึ่งหนนี้แพ้ให้กับนอร์ธ มาซิโดเนีย ในรอบเพลย์ออฟ ทำให้ร่วงคัดบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน ในรอบเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศกลุ่ม ซี ซึ่งแข่งขันกันเมื่อ 24 มีนาคม ซึ่ง อิตาลี แชมป์ ยูโร 2020 และอดีตแชมป์โลก 4 สมัย “อัซซูรี่” ทีมชาติอิตาลี ดีกรีแชมป์ยูโร 2020 แพ้ให้กับ “แมวป่า” นอร์ธ มาซิโดเนีย 0-1 โดยได้เปิดบ้านพบ นอร์ธ มาซิโดเนีย เกมนี้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ส่งผู้เล่นเต็มอัตราเข้าร่วมทีม โดยใช้เกมรุก อย่าง โดมินิโก้ เบราร์ดี้ ,ชิโร่ อิมโมบิเล่ และ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เป็นตัวประสาน โดยทางด้าน นอร์ธ มาซิโดเนีย นำทีมโดย เอ็กยาน อลิออสกี้ อดีตแข้ง ลีดส์ ในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นตัวเชื่อมในแดนกลาง


โดยในตลอดระยะเวลา 90 นาที อิตาลีเล่นได้แบบเหนือกว่า จะมีก็แต่จังหวะสุดท้ายที่ยังไม่เด็ดขาดเต็มที่ จนถึงช่วง นอร์ธ มาซิโดเนีย ได้ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนาทีที่ 90+2 จาก อเล็กซานดาร์ ทราจคอฟสกี้ ซัดขวาหน้าเขตโทษ นายด่านอิตาลีเข้าประตูไปอย่างเฉียบคม เต็มตาข่ายไปแบบสวยงาม นอร์ธ มาซิโดเนีย บุกไปชนะ อิตาลี 1-0 จึงทำให้ นอร์ธ ผ่านเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศกลุ่มซี พบกับทีมชาติโปรตุเกส ที่ชนะ ตุรกี 3-1 อิตาลีมีโอกาสยิงถึง 32 ครั้ง แต่ก็ยังพลาดที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่พลาดเข้ารอบ
ส่วนอีกคู่จะเป็นการพบกันของ สวีเดน กับ สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งหากมาวิเคราะห์แล้วจะเห็นได้ว่า ทางด้านสวีเดนนั้น ยานเน่ อันเดอร์สสัน ยังคงต้องรอดูเช็คสภาพความพร้อมของนักเตะไม่ว่าจะเป็น มาร์คุส ดาเนลสัน กับ ดาเนียล ซุนด์เกรน ที่ยังคงมีอาการป่วยอยู่ ซึ่งรวมไปถึง ลุดวิก เอากุสตินส์สัน ด้วย และในขณะที่ยังมีสองนักเตะที่ ติดโทษแบนอยู่ คือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เอมิล คราฟธ์ ส่วนทางด้านของ ฟิลิป และ มาร์ติน โอลส์สัน ก็พร้อมที่จะสลับกันลงสนาม ด้านตัวสำรองนั้นก็จะมีด้วยกัน 5 คน ไม่ว่าจะเป็น โรบิน ไควสัน แอนโธนี่ เอลังก้า มัทธีอัส สวานเบิร์ก เยสเปอร์ คาร์ลส์สัน และ คาร์ล สตาร์เฟลท์ทั้งหมดก้จะลงเป็นตัวสำรองให้กับทีม
ทางด้านสาธารณรัฐเช็กนั้น ได้เรียกตัว วาชลาฟ ยูเรชก้า กับ มิลาน เฮช่า เข้ามาแทนที่ พาทริค ชิค กับ ยีรี่ ที่ถอนตัวไปก่อนหน้านี้ออกจากทีม อีกทั้งมีนักเตะที่มีโอกาส ถอยมาคุมแนวรับแทน ดาวิด ซีม่า คือ โทมาช โฮเลช ขณะที่ โทมาช ซูเช็ค จะคุมแดนกลางกับ ลาดิสลาฟ เครย์ชี่ และ แดนรุกจะเป็นของ มิชาล ซาดีเล็ค จะลงคุมแนวรับ โดยมี โทมาช วาชลิค เป็นผู้รักษาประตู

ส่วนอีกคู่ที่พบกันจะเป็นของทีม เวลส์ กับ ออสเตรีย โดยทัพมังกรแดง เวลส์ ได้ แกเร็ธ เบล ยังคงเป็นฮีโร่ของทีมชาติเวลส์หลังจากทำคนเดียวสองประตูพาทีมชนะ แม้ยังมีสภาพร่างกายไม่พร้อมมากนัก ในขณะที่เข้ามาเล่นในนาม ทีมชาติ และทำไปสองประตูในเกมนี้ ซึ่งทำให้ เวลส์ เชือด ออสเตรีย ลอยลำผ่านเข้าไปชิงตั๋วลุยฟุตบอลโลก ออสเตรียพยายามเอาคืนและมีโอกาสในนาที 43 แต่ว่า ไม่ผ่านการป้องกันของ เวย์น เฮนเนสซี่ กลายเป็นนำห่าง 2-0 แต่ในนาทีที่ 65 จังหวะการทำเข้าประตูตัวเองของ เบน เดวิส ทำให้ตีไข่แตกได้

โดยจะพบกับคู่ที่ชนะในวันที่ 4 มิถุนายน นี้ระหว่าง สกอตแลนด์ หรือ ยูเครน โดยจะแข่งนัดชิงวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ในศึกฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ และเมื่อวิเคราะห์แล้ว กุนซือ เวลส์ โรเบิร์ต เพจ เผยว่า เนื่องจากสภาพของทีม ไม่มี โจ มอร์เรลล์ ซึ่งปัจจุบันติดโทษแบน อีกทั้งมีนักเตะที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อม และต้องรอเช็กความฟิต แต่ถึงอย่างไรก็สามารถนำทีมไปสู่ชัยชนะได้ ในส่วนของ ออสเตรีย นั้นแม่สภาพของทีมชุดนี้จะยังไม่พร้อมเพราะมีนักเตะอย่าง คริสโตเฟอร์ ทริมเมิล
เดยัน ลูบิชิช บาดเจ็บและได้ถอนตัวไป ยังรวมไปถึง โฟลเรียน กริลลิทช์ ด้วย ที่ได้กลับมาเล่นทีมชาติครั้งแรกในรอบ 7 ปี อีกครั้ง