• Mon. Oct 3rd, 2022

วิเคราะห์ก่อนเกม! 5 ประเด็นร้อนก่อนศึก พรีเมียร์ลีก ในนัดที่ 29

ByEditor

Mar 12, 2022

ในศึก พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้มีคู่ที่น่าจับตาหลายต่อหลายคู่ เราไปไล่เลียงกันเลยว่ามีอะไรที่เด็ด ๆ ก่อนเกมกันบ้าง

“ไบร์ตัน-ลิเวอร์พูล”

ถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำประตูบนศึก พรีเมียร์ลีก ไปแล้วถึง 1,998 ลูก และจะเป็นทีมที่สองต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถล่มประตูคู่แข่งแตะหลัก 2,000 ซึ่ง 10 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนประตูที่ทำได้นั้น มาจากสองคู่หูแนวรุกตัวหลักในทีมชุดปัจจุบันอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (114) และ ซาดิโอ มาเน่ (86)

หลังจากที่พ่ายแพ้ทั้ง 6 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ที่เจอกับ “หงส์แดง” ถัดมาใน 3 นัดหลังสุด ไบรท์ตัน ไม่แพ้ ลิเวอร์พูล อีกเลย โดยเป็นการชนะ 1 เสมอ 2 ซึ่งยอดทีมเก่งแห่งเมอร์ซี่ ไซด์ ที่ยังไม่เคยไม่ชนะ “เดอะ ซีกัล” 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ

ไบรท์ตัน แพ้รวดเดียว 4 นัดหลังที่ลงเล่น ซึ่งพวกเขาก็ไม่เคยแพ้ใคร 5 เกมติดต่อกันตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2007 สมัยที่ทำศึกระดับ ลีก วัน

“แมนฯ ยูไนเต็ด-สเปอร์”

แฮร์รี่ เคน จอมซัดประตู สเปอร์ สอยประตูเกมเยือนใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้วถึง 93 ลูกจาก 137 เกม โดยเจ้าตัวขาดแค่ลูกเดียวก็จะทำสถิติเท่ากับ เวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นนักเตะที่ทำประตูนัดเยือนได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลีก

ปีศาจแดง มองหาชัยชนะเกมลีกเหนือ สเปอร์ 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เคยทำได้ตอนช่วงระหว่างเดือนเมษายน ปี 2009 ถึงเดือนตุลาคม ปี 2010

อย่างไรก็ดี “ไก่เดือยทอง” คว้าชัยชนะ “ปีศาจแดง” ได้ 2 จากใน 3 เกมหลังสุดที่บุกไปเยือนสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (แพ้ 1) ซึ่งเทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ทั้ง 26 เกมที่พวกเขาเอาชนะได้ 2 ครั้ง (เสมอ 3 แพ้ 21)

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีส่วนสำคัญกับการทำประตู 7 ลูกจาก 5 เกมหลังสุดที่เจอกับ สเปอร์ บนเวที พรีเมียร์ลีก (4 ประตู 3 แอซิส) โดยทั้งประตูกับแอซิส มาจาก 3 เกมที่ไม่ซ้ำกันเลย

“นิวคาสเซิล-เชลซี”

เอ็ดดี้ ฮา ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ เชลซี ได้ถึง 3 ครั้งจากศึกพรีเมียร์ลีกทั้ง 5 นัดหลังสุด (แพ้ 2) โดยหากนับกุนซือทั้งหมดที่เคยบุกชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีอย่างน้อย 3 ครั้ง ฮาว เป็นคนที่อัตราการชนะสูงสุดที่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ถึงกระนั้น “สิงห์บลูส์” เอาชนะ “สาลิกาดง” มาตลอด 8 เกมลีกหลังสุดที่เล่นในบ้านของตัวเอง ซึ่งเป็นสถิติของทีมที่เอาชนะคู่แข่งรายเดิมติดต่อกันนานสุดเป็นลำดับที่ 4 โดยสถิติสูงสุดพวกเขาเคยชนะต่อ โบลตัน ในบ้านถึง 9 นัดติดต่อกันตอนช่วงระหว่างปี 1976-2003

นิวคาสเซิล เคยแพ้ถึง 23 นัดจากทั้งหมด 24 เกมลีกที่ออกไปเยือนในการเผชิญหน้ากับทีมกลุ่มท็อปทรี มีเกมเดียวที่พวกเขาไม่แพ้คือเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-2 ตอนเดือนพฤษภาคม ปี 2021

“อาร์เซน่อล-เลสเตอร์”

เลสเตอร์ ซิตี้ เคยมาบุกที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 1-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถึงเป็นการยุติการพ่ายแพ้คาบ้าน อาร์เซน่อ 23 เกมลีก ถึงกระนั้น “เดอะ ฟอก” ยังไม่เคยเอาชนะ “ปืนใหญ่” 2 นัดติดได้เลย

“เดอะ กันเนอร์ส” กำลังมองหาชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ ทั้งไป-กลับให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 หลังจากนัดแรกเอาชนะที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม 2-0 ตอนต้นฤดูกาล

อาร์เซน่อล สามารถเก็บแต้มได้ถึง 25 แต้มจาก 30 นัดหลังสุด (ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1) ซึ่งไม่มีทีมไหนที่เก็บแต้มในช่วง 10 เกมหลังได้มากกว่าพวกเขาอีกแล้ว (เท่ากับ แมนฯ ซิตี้)

ในสองเกมหลังสุดของ เลสเตอร์ คือการคว้าชัยเหนือ เบิร์นลี่ 2-0 และ ลีด ยูไนเต็ด 1-0 โดยพวกเขาไม่สามารถคว้าชัยแบบเก็บคลีนชีต 3 เกมติดได้เลยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ซึ่งตอนนั้นเกมที่ 3 “เดอะ ฟอก” เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ 2-0

คริสตัล พาเลซ-แมนฯ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยแพ้เกมเยือนในลีกมาแล้ว 13 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ที่แพ้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ตอนนัดเปิดซีซั่น (ชนะ 11 เสมอ 2) โดยสถิติที่พวกเขาไม่เคยแพ้เกมเยือนนานสุดเกิดขึ้นตอนช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนธันวาคมปี 2018 (14 เกม)

คริสตัล พาเลซ มองหาชัยชนะเหนือ “เรือใบสีฟ้า” แบบไป-กลับให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1987/88 ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ลีกระดับ ดิวิชั่น 2 ซึ่งเกมแรกที่เจอกัน “ดิ อีเกิ้ล” สามารถเอาชนะที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 2-0

วิลฟรีด ซาฮา สามารถทำประตูที่ 9 ของตนเองในลีกฤดูกาลนี้ในเกมที่เจอ วูล์ฟส์ โดย 8 เกมหลังสุดเจ้าตัวซัดได้ถึง 5 ประตู ซึ่งหลังจากที่ฤดูกาลก่อนเขาทำประตูไป 11 ลูกได้นั้น มาปีนี้เขาก็หวังว่าจะมีสกอร์แตะเลขสองหลังสองปีติดต่อกันให้ได้เป็นครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้ง

“เรือใบสีฟ้า” เอาชนะ พาเลซ ได้ถึง 5 เกมจาก 6 เกมลีกที่เจอกันที่ เซลเฮิด พาร์ค (เสมอ 1) โดยในนัดสุดท้ายที่แพ้ที่นี่เกิดขึ้นในเกมมันเดย์ ไนต์ ตอนเดือนเมษายน ปี 2015